กรกฎาคม 9, 2008 โดย fridaysongs
หลังจากลุ้นกันมาจนเหนื่อย…
ครูบอกว่าอ่านบทวิจารณ์ในหนังสือบางฉบับแล้วก็รู้สึกกร่อยๆ

เข้ารอบซีไรต์ปีนี้แล้วจ๊ะ
อ่ะเย้!
ดีใจด้วยนะคะครูต้น :)
“เฮ้ย คุณคิดว่าหนังสือที่มีฉากเซ็กส์มันจะได้ซีไรต์ไหม?
แต่ยังไงซีไรต์ก็ต้องเลือกหนังสือที่มันมองโลกในแง่ดี
ให้กำลังใจอยู่แล้วใช่ไหม”
เอ่อ อย่าเพิ่งคิดไปขนาดนั้นน่าครู
หลังจากปีที่แล้วพาครูไปกาลาดินเนอร์ซีไรต์ 50
แล้วคุยกันขำๆ กลัวๆ อยู่เลยว่า
มันจะเป็นลางไม่ดีหรือเปล่าที่มางานซีไรต์กันก่อน
เป็นไงล่ะครู ปีนี้จะได้ไปในฐานะผู้เข้ารอบและผู้ได้รับรางวัล (หรือเปล่า)
ฉันเคยเดารางวัลนี้ถูกบางปี แต่ว่าปีนี้ฉันเชียร์ภาณุ ตรัยเวชนะ (อ่าว)
คิดว่าหนังสือมีขายทั่วไป
เพราะเห็นแว่บๆ ในร้านนายอินทร์
หาอ่านได้ค่ะ
ps. ช่วงนี้คนที่รู้จักมีแต่เรื่องดีๆ ให้ชื่นใจ
มันคงถึงตาเราบ้างในสักวันล่ะนะ
(เห็นม่ะ มองโลกในแง่ดี!)
บันทึกโพสใน fridayeveryday | 2 Comments »
กรกฎาคม 6, 2008 โดย fridaysongs
เคียว sent 7/6/2008 6:37 AM:
ส่งมาให้ เผื่อช่วยได้บ้าง
เคียว sent 7/6/2008 6:37 AM:
กวี เดวิด ไวท์ (David Whyte) ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า
“หากท่านหมายให้ชีวิตดีขึ้นเสมอ ท่านก็จะพลาดชีวิตไปเสียครึ่งหนึ่งแล้ว” ทั้งนี้เพราะชีวิตเป็นวัฏจักร…พวกเราใช้ชีวิตด้วยการผันผ่านอารมณ์ต่าง ๆ เช่นเดียวกับที่ผ่านฤดูกาล เรามีทั้งฤดูเก็บเกี่ยวอันอุดม และฤดูหนาวอันแร้นแค้น ชีวิตใช้วัฏจักรเช่นนี้เองในการให้กำเนิดสิ่งใหม่ เราจะผ่านจากสิ่งเก่าไปยังสิ่งใหม่ได้ก็ต่อเมื่อเรายอมปล่อยวาง
เคียว sent 7/6/2008 6:38 AM:
คริสตชนเรียกช่วงเวลาแห่งความโกลาหลว่า
“คืนมืดแห่งจิตวิญญาณ” ส่วนในธรรมเนียมปัจจุบัน เราเรียกมันว่า “อาการซึมเศร้า” ฉันชอบใช้คำในวิถีทางของจิตวิญญาณมากกว่า …ในคืนมืดของจิตวิญญาณ เราจะรู้สึกสิ้นไร้ความหมาย โดดเดี่ยวเดียวดายโดยแท้ และถูกพระผู้เป็นเจ้าทอดทิ้ง
เคียว sent 7/6/2008 6:39 AM:
เวลาแห่งความมืดมนอนธการนี้เองที่เป็นเงื่อนไขของการเกิดใหม่ ของการกำเนิดตัวตนใหม่ซึ่งเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม บางทีคุณอาจเคยผ่านช่วงเวลามืดมนเช่นนี้มาก่อนแล้วหลายครั้ง ฉันขอให้คุณหวนกลับไปทบทวนดูว่าคุณได้เปลี่ยนไปอย่างไร และเมื่อผ่านคืนมืดมิดกลับสู่แสงสว่างแล้ว คุณได้รับความสามารถใหม่ใดมาด้วยบ้าง
Secret Sunshine (Milyang) 2007

ฉันดูหนังเกาหลีเรื่องนี้มาระยะหนึ่งด้วยความรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจ
นักแสดงนำหญิงเรื่องนี้ได้รางวัลนักแสดงนำหญิงจากเมืองคานส์
ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงหน้าตาเรียบๆ เฉยๆ จะรับบทนางเอก+แม่+นางมาร ในเวลาเดียวกันภายในเวลาราว 2 ชั่วโมงได้อย่างทรงพลังมากๆ
……
(to be continued)
บันทึกโพสใน privatefriday | ไม่มีความเห็น »
กรกฎาคม 2, 2008 โดย fridaysongs
She’s got a smile that it seems to me
Reminds me of childhood memories
Where everything
Was as fresh as the bright blue sky
Now and then when I see her face
She takes me away to that special place
And if I’d stare too long
I’d probably break down and cry
Oh, Oh, Oh
Sweet child o’ mine
Oh, Oh, Oh, Oh
Sweet love of mine

pic by -caz-
She’s got eyes of the bluest skies
As if they thought of rain
I hate to look into those eyes
And see an ounce of pain
Her hair reminds me of a warm safe place
Where as a child I’d hide
And pray for the thunder
And the rain
To quietly pass me by
Oh, Oh, Oh
Sweet child o’ mine
Oh, Oh, Oh, Oh
Sweet love of mine
“sweet child o’mine” (gun ‘n roses cover) - taken by trees
ฝนตกจึ๋งจั๋งแล้วก็มีเสียงของวิคเตอเรียจาก taken by trees อยู่ข้างๆ หู
ไม่มีร่ม หัวเปียก ก็คงไม่เป็นไรเนาะ :}
ps. ต้องการนักแสดงหญิงอายุ 14-15 ปี หน้าตาดี รู้จักทักษะการแสดงบ้าง
ใครรู้จักบุคคลที่ว่า แนะนำเจ้าของบล็อคด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
บันทึกโพสใน fridayeveryday | 4 Comments »
มิถุนายน 25, 2008 โดย fridaysongs
(บทความเปิดเผยเนื้อเรื่องตอนจบ)
ชาลี แชบปลินสร้างเรื่อง City Lights ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่กี่สิบปี
เรื่องราวของคนจนสองคนที่พยายามอยู่ในเมืองใหญ่
เมืองที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ผู้คนใส่ชุดสวยงาม มีรถดีๆ ขับ
แต่จิตใจกลับคับแคบ
คนรวยและรัฐมักมองไม่เห็นคนจน
ในเมื่อเงินทุกบาทมาจากความเหน็ดเหนื่อย ความเบื่อล้า
จะแบ่งเงินให้พวกที่ไม่กระตือรือร้นหาเงินเองทำไม
เรื่องมันก็เศร้าแบบนั้น

ในเมืองใหญ่ที่คนเร่ร่อนเป็นเหมือนส่วนเกิน
แต่ชาลี แชบปลิ้นทำให้มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ แม้ตัวของมันจะแสนเล็กน้อย
ด้วยเรื่องราวและการเล่าเรื่องที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยการจัดการ การวางแผนอะไรบางอย่างของผู้สร้างหรือชาลี แชบปลิ้นเองที่ค่อนข้างเอาจริงเอาจัง เคร่งครึม เพียงฉากแรกๆ ชาลี แชบปลิ้นเดินบนถนนที่วุ่นวายไปมา เขาเข้าไปในรถของคนอื่นและเดินออกมาด้วยท่าทีขบขัน เสียงปิดประตูรถทำให้หญิงขายดอกไม้เข้าใจผิดว่ามีคนลงจากรถและกำลังมาซื้อดอกไม้ของเธอ เธอจึงทักเขาและถามว่าอยากซื้อดอกไม้ประดับเสื้อสูทหรือเปล่า สิ่งนี้ทำให้ตัวเอกของเรื่องพบกันครั้งแรก ฉากนี้ถ่ายไปทั้งหมด 300 ครั้ง
จาก City Lights ทำให้เห็นว่าชาลี แชบปลิ้นเป็นคนที่มีลักษณะมีความเป็นมนุษย์นิยมสูง เขาพลิกผลันเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับคนจนบนท้องถนน แต่นำมาเล่าในรูปแบบ comedy ซึ่งสามารถมาไว้รวมกับงานศิลปะชั้นสูงระดับโลกได้อย่างน่าชมเชย เพราะสิ่งที่เกิดเจ็บปวดเกินไป เพียงเปลี่ยนเอาเรื่องเศร้ากลายเป็นเรื่องตลก เหมือนคนดูรับได้ง่ายขึ้น กว้างขวางขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันคนดูรู้สึกเหมือนกัน คนจนไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากรัฐ ปล่อยให้พวกเขาต้องจัดการกันเอง ต่อสู้ที่จะมีชีวิตด้วยกันเอง และคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อความยากจนเท่านั้นที่จะชนะความไม่อยุติธรรมเหล่านั้นได้
แชบปลิ้นในเรื่องเป็นชายเร่ร่อนที่คนดูไม่เคยรู้จักชื่อ พยายามขวนขวายหาเงินครั้งแรกด้วยการรับจ้างกวาดถนน เพราะต้องการเอาเงินไปให้คนรักที่กำลังจะไม่มีบ้านอยู่ ตัวเองไม่มีบ้านไม่เป็นไร ให้คนรักอยู่สุขสบายไว้ก่อน ยอมไปแข่มชกมวยให้ได้เงินมา 50 ดอลลาร์ทั้งที่รู้ว่าตัวเองแพ้ ขึ้นเวทีทั้งๆ ที่กลัวแสนกลัวคู่ต่อสู้ แต่เขาก็ไม่ยอมให้ความกลัวเอาชนะความรู้สึกของเขาที่มีต่อคนรัก
และแม้ในวันที่กลับไปเป็นคนแร่ร่อนอีกครั้ง วันที่ไม่มีอะไรอีกแล้ว ชุดขาดเก่ายับเยิน เป็นเสียยิ่งกว่าคนข้างถนน เด็กขายหนังสือพิมพ์ข้างถนนก็พยายามยั่วล้อ แต่สิ่งสำคัญคือเขายังทำให้คนที่เขารักหัวเราะได้ เหมือนกับแชบปลิ้นพยายามบอกว่าแม้ในยามไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร เพราะการมีอารมณ์ขันสำคัญกว่า จำเป็นกว่า และฉันก็เชื่อว่าจนเมื่อถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้คนสิ้นหวังกับสังคม เศรษฐกิจ เงินไม่มีความสำคัญอีกต่อไป ค่าเงินหล่นตกพรูดพราดทั่วโลก แต่หลักเกณฑ์นี้ก็ยังใช้ได้อยู่ “อารมณ์ขันสำคัญกว่า จำเป็นกว่า” เพราะการที่เรายังหัวเราะได้ นั่นแสดงว่าเรายังมีชีวิต
ฉันไม่รู้ว่าชาลี แชบปลิ้นผู้นี้ทำได้ยังไง แต่เขาใช้ทั้งการแสดง บทภาพยนตร์ การกำกับที่เขาสามารถควบคุม กำกับมันอยู่หมัด และท้ายที่สุดทำให้คนดูร้องไห้ไปกับชะตากรรมที่ตัวละครกลับมาเจอกันอีกครั้งและจดจำกันได้ในที่สุด
สิ่งสำคัญอีกประการ City Lights ของชาลี แชบปลิ้นทำให้หัวใจของคนดูอ่อนโยนลง เหมือนวรรณกรรมเด็กดีๆ สักเรื่อง จุดนี้ทำให้หนังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้กำกับรุ่นใหม่หลายๆ คนที่พยายามพูดถึงคนชนชั้นล่าง การพลัดพราก และความรัก จนถึงทุกวันนี้.
บันทึกโพสใน fridayeveryday | ไม่มีความเห็น »
มิถุนายน 23, 2008 โดย fridaysongs

Director Statement (ณฐ ทองศรีพงศ์)
ในชีวิตหนึ่ง คุณอาจจะมีโอกาสสักครั้งที่เกือบจะหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับการสูญเสีย 2 ลักษณะด้วยกัน In life, there is a chance, and almost inevitable, that you will face 2 types of loss.
แบบที่หนึ่ง เมื่อใครสักคนที่คุณรักมากจริงๆ เสียชีวิต ในกรณีนี้ผมหมายถึงพ่อและแม่ ผลจากการสูญเสียนี้รุนแรงเสียจนรู้สึกว่าตัวตนของคุณได้ตายไปพร้อมกับพวกเขา The first type is when someone you really love transcends to the next life. In this case I focus on parents. The impact of this type of loss is so strong that you almost feel like you yourself died along with them.
แบบที่สอง เมื่อคุณจบความสัมพันธ์กับคนที่คุณรัก เช่นเดียวกับการสูญเสียแบบแรก มันทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดและว่างเปล่าภายใน The second type of loss is when you end a relationship with a loved one. Just as the former, this leaves us broken up and empty.
หนังของผมพูดถึงผู้หญิงสองคนที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต My film is about 2 women who have experienced great losses in life.
เพื่อที่จะมีชีวิตต่อไป พวกเขาจะต้องอยู่ด้วยกัน ช่วยกันจัดการและค่อยๆ มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ผมหวังว่าคนที่ได้ชมหนังเรื่องนี้จะได้แรงบันดาลใจจากสิ่งเหล่านี้ To survive, they stay together in order to cope and to eventually feel alive once more. I sincerely hope that the people who will watch this film will come out inspired and in due.
ps. ฉายรอบพิเศษวันที่ 8 กรกฎาคม 2551
บันทึกโพสใน fridayeveryday | 1 ความคิดเห็น »
มิถุนายน 16, 2008 โดย fridaysongs

นานๆ ทีจะมีโอกาสดูหนังจีน
The Sun Also Rises (aka “Tai yang zhao chang sheng qi”)
เป็นเรื่องหนึ่งที่โผล่เข้ามาในช่วงมืดมนอับจนหนทาง, อะไรประมาณนั้น
เรื่องมันมีอยู่ว่า เป็นการดำเนินเรื่องของตัวละครจีน 4 ตัวหลัก, แม่ลูก สามีภรรยา แต่อยู่คนละชนชั้น คู่หนึ่งอยู่ชนชั้นกรรมมากร อีกชนชั้นเป็นผู้ปกครอง, และเล่าเรื่องคล้ายๆ magical realism เล่าเรื่องของแม่ผู้ปีนต้นไม้ ฝันว่าจะมีรองเท้าเป็นของตัวเอง แต่พอซื้อรองเท้าจากช่าง รองเท้ากลับถูกไก่ฟ้าลักเอาไป และเรื่องของผู้หญิงชาวจีนที่ดันไม่รู้จักระงับความใคร่อยากของตัวเอง และเรื่องก็แจ่มเจิดดดดดดดด้วยการเสริมบริบทประวัติศาสตร์จีนช่วงจีนแดงเข้าไป
ผู้กำกับทำหนังได้เต็มไปด้วยอารมณ์ (หนังมัน moving ตลอดเวลา) เอาจริงเอาจัง พอดูจบแล้วจะรู้สึกทันที ผู้หญิงจีนเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชาติจีนมาไม่รู้กี่สมัยต่อกี่สมัย ถึงแม้เธอจะไม่ได้จับปืน ออกไปยิงสัตว์ ผู้หญิงกลับเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายแถวหน้ามาโดยตลอด
คำถามอาจเกิดขึ้นว่า แต่ทำไมผู้หญิงจีนถึงยอมอยู่ในครัว ยอมใส่รองเท้าเล็กๆ เจ็บๆ หนีบให้เล็กแคบไว้เป็นร้อยๆ ปีและปล่อยให้ผู้ชายอยู่ข้างหน้า ตัวหนังพยายามอธิบายว่าผู้หญิงฉลาดพอที่รู้ว่าจะใช้อำนาจของตัวเองได้ยังไง ที่ไหน เวลาใดได้ต่างหาก โดยเฉพาะการใช้อำนาจเหนือผู้ชาย (ในบางครั้ง) ปั่นหัว ยั่วยวน (ซึ่งฉันคิดว่าผู้หญิงทุกชาติทำได้ค่อนข้างดีนะ)
แน่นอนความคิด positive ซะขนาดนี้ไม่ได้สร้างโดยผู้กำกับหญิง แต่ทำโดยนักแสดงชายจีน Wen Jiang และร่วมเล่นในบทนักแสดงนำฝ่ายชายด้วย
The Sun Also Rises เป็นหนังที่ดูแล้วคิดถึงแม่ตลอดเวลา
บางทีมันอาจจะสร้างโดยผู้ชายรักแม่ค่ะ.
บันทึกโพสใน fridayeveryday | 1 ความคิดเห็น »
มิถุนายน 12, 2008 โดย fridaysongs

เห็นแล้วอยากเป็นแมวในอ้อมกอด
i need some hugs!!!!
บันทึกโพสใน privatefriday | ไม่มีความเห็น »
มิถุนายน 11, 2008 โดย fridaysongs

อ่าน “Chance Traveler” เรื่องสั้นของคุณลุงมุราคามี้จบไปเมื่อวาน
ไม่รู้คุณอ่านหรือยัง แต่ฉันชอบนะ
หมายถึง
ชีวิตมันเต็มไปด้วยปริศนาอะไรบางอย่าง
ความบังเอิญอย่างพอเหมาะพอเจาะ
(ที่ไม่จำเป็นต้องไปผูกติดกับความโรแมนติกแบบ Serendipity)
เหมือนๆ กับเรื่องของวีวี่กับโฮเต็ลแห่ง The Kills
คุณเชื่อไหมว่าอีกคนหนึ่งอยู่ที่อเมริกา อีกคนอยู่ที่อังกฤษ
ต่างคนต่างก็ทำวงดนตรีก๊องแก๊งกันไป
จนกระทั่งแบนด์ของตัวเองแตก
เมื่อเวลาผ่านไป สถานที่เปลี่ยน คนเปลี่ยน
ขณะที่วีวี่นอนอยู่บนเตียงในโรงแรมแห่งหนึ่ง เธอได้ยินคนซ้อมดนตรีอยู่ห้องพักชั้นบน
เธอจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปเคาะประตู คุยกับคนในห้องนั้น และเขาก็คือโฮเต็ล
หลังจากนั้น (ในช่วงเวลาที่แปลงไฟล์เป็น mp3 หรือว่า Wav คงลำบากน่าดู)
ทั้งสองคนสัญญาว่าจะส่งเทปเพลง, เนื้อร้อง ข้ามทวีปหากัน
จากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นหลายหลายสัปดาห์
แล้วทันทีที่เทปไปถึงฟลอริดาที่วีวี่อยู่
เธอก็จับเครื่องบินตรงไปหาโฮเต็ลที่อยู่อังกฤษ เริ่มทำเพลงกัน
พวกเขาทำอัลบัมเต็มๆ ด้วยกันมาสามอัลบัม
จนถึงอัลบัมล่าสุด midnight boom ที่ออกในปีนี้
(ซึ่งก็คาดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาก็คงยังดีอยู่)
คือ
อ่านเรื่องอะไรพวกนี้แล้วมันแรงบันดาลใจในการทำงานดีนะ
หมายถึง
ไม่มีอะไรที่ไม่บังเอิญในชีวิตจริงบนโลกใบนี้
และเราก็สามารถสร้างงานขึ้นมาจากความเหลือเชื่อบนพื้นฐานเหล่านั้นได้
เพียงแต่เราจะเล่าแบบไหน
เล่าแบบสัจนิยม
เล่าแบบ magical realism
เล่าแบบไม่มีเหตุ ไม่มีผล ไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย
และสำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่าน
โอเค บางทีฉันอาจจะลองพยายามแปล “Chance Traveler” ดู
มันสนุกจริงๆ นะ. :}
บันทึกโพสใน fridayeveryday | 2 Comments »
มิถุนายน 7, 2008 โดย fridaysongs

กำเนิดปลาหมึก
กำกับภาพยนตร์โดย: Céline Sciamma
2007 / Drama / 1h 25min
วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน เวลา 20:00 น.
วันอังคารที่ 24 มิถุนายน เวลา 20:00 น.
ต่อจากเขา
กำกับภาพยนตร์โดย: Gaël Morel
2007 / Drama / 1h 40min
วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน เวลา 16:20 น. (In the presence of the Director)
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน เวลา 18:30 น. (In the presence of the Director)
ชุดนักประดาน้ำและผีเสื้อ
กำกับภาพยนตร์โดย: Julian Schnabel
2007 / Drama / 1h 52min
วันพุธที่ 18 มิถุนายน เวลา 20:00 น.
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน เวลา 16:15 น.
หมู่นักแสดงหญิง
กำกับภาพยนตร์โดย: Valeria Bruni-Tedeschi
(ไปดูคุณน้อง Garrel >_<<<<)
2007 / Comedy / 1h 47min
วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน เวลา 14:00 น.
วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน เวลา 18:30 น.
ps. เทศกาลฝรั่งเศส ยังมีงานแสดงภาพถ่าย « 100 x ฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์แห่งภาพถ่ายฝรั่งเศส จากอดีต ถึงปัจจุบัน » และ « ภาพถ่ายรูปเหมือนยุคต้นของสยาม (พ.ศ. 2393 - พ.ศ. 2403) » น่าดูมากๆ ค่าเข้าชม 20 บาท! ที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ถึงวันที่ 8 กรกฎานี้
ps. fete de la musique ปีนี้มีคณะ Gong Gong (ใครอ้ะ?) มา แต่ฉันคงไปดูวงคุณมาโนช พุฒตาลกับ greasy cafe’.
ps. ต้องเลือกระหว่าง fete de la musique กับ งานแฟตที่ขอนแก่น ส้ม, พิวไป fete de la musique นะ :}
ps. เดือนนี้กินแกลบ! เดือนหน้ากินแกลบแกลบ!!
ps. ขอบคุณเพื่อนขิงที่ทำให้พิวรักการดูหนังฝรั่งเศสมาจนถึงทุกวันนี้ :}
บันทึกโพสใน fridayeveryday | 1 ความคิดเห็น »
มิถุนายน 6, 2008 โดย fridaysongs

คุณกาเกต์, เจ้าตัวส่งมาให้ดูไปพลางๆ
ก่อนที่หนังสือจะวางขายราวสัปดาห์หน้า
(เฮ้อ ระบบส่งเค้าไฮโซเหลือหลาย!)
หนังสือหนามาก ราคาปก 330 บาทค่ะ
หนังสือเค้าดีจริงๆ นะจ๊ะ :}
บันทึกโพสใน fridayeveryday | 2 Comments »